• Unable to create CTools CSS cache directory. Check the permissions on your files directory.
  • Unable to create CTools CSS cache directory. Check the permissions on your files directory.

อะไรคือ "อัลอิสติฮาละฮฺ" ? 1

โดย เชคริฎอ อะหมัด สมะดี

ฝ่ายวิชาการศาสนาฮิมายะฮฺ

อิสติฮาละตุ้ลอัยนฺ คือ การเปลี่ยนสภาพของสิ่งต่างๆ 

ปัญหาเรื่อง ยาและอาหารที่มีส่วนประกอบที่ได้จากสัตว์ที่นะญิส เช่น สัตว์ตาย(ที่ไม่ได้ถูกเชือดตามหลักการอิสลาม), สุกร, สุรา ฯลฯ ที่ได้เปลี่ยนสภาพแล้วและถือว่าสะอาดสามารถบริโภคได้นั้น บรรดาปราชญ์มุสลิม(อุละมาอฺ)ได้วิเคราะห์กันมานานแล้ว และมีระบุในตำรานิติศาสตร์อิสลามโดยหลายมัซฮับ แต่ก่อนที่จะนำทัศนะต่างๆ มาเสนอ ขอกล่าวถึงตัวบทหลักฐานที่เป็นต้นเหตุให้นักปราชญ์อิสลาม(อุละมาอฺ)ได้วินิจฉัยประเด็นและใช้ในการเปรียบเทียบเรื่องอื่นๆ ด้วย

 

ซึ่งหลักฐานที่ชัดเจนคือการบันทึกของท่านอิมามบุคอรียฺว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัม กล่าวว่า نعم الإدام الخل  (นิอฺมัลอิดามุลค็อลลุ) ซึ่งมีใจความว่า "น้ำส้มสายชูนั้นย่อมเป็นอาหารดีที่น่ารับประทาน (คืออาหารที่ใช้จิ้มกับขนมปัง)"


ซึ่งน้ำส้มสายชูนั้นเป็นที่รู้กันว่ามาจากการหมักน้ำผลไม้หรือพืช และการหมักน้ำผลไม้หรือพืชนั้นจะต้องผ่านขั้นตอนของการเป็นสุรา ถ้าดื่มก็จะมึนเมา แต่ถ้าหมักต่อไปก็จะกลายเป็นน้ำส้มสายชู เรื่องนี้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็รับทราบ จึงสั่งให้ทำน้ำส้มสายชูโดยหมักน้ำผลไม้และพืชจนกระทั่งได้น้ำส้มสายชูอย่างเดียว ส่วนกรณีที่หมักน้ำพืช(ผลไม้)จนกระทั่งได้สุราแล้วนำไปหมักต่อเพื่อให้เป็นน้ำส้มสายชูนั้น ท่านนบีไม่อนุญาต (บันทึกโดยอิมามมุสลิม)  แสดงว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม รู้ว่าน้ำส้มสายชูนั้นจะต้องผ่านขั้นตอนเป็นเหล้า แต่ท่านให้การหมักน้ำพืช(ผลไม้) โดยไม่ได้ตั้งเจตนาว่าให้เป็นเหล้า หรือไม่ให้นำน้ำสุรามาหมักเป็นน้ำส้มสายชู และสุรานั้นตามหลักการศาสนาให้ทำลายหรือเททิ้งเท่านั้น

 

การอนุมัติให้บริโภคน้ำส้มสายชูคือการยอมรับในเรื่องของการเปลี่ยนสภาพของวัตถุต่างๆ โดยปริยาย แต่ปราชญ์มุสลิมได้นำตัวบทเรื่องนี้ไปเปรียบเทียบเพื่อวิเคราะห์อาหารอื่นนอกเหนือจากน้ำส้มสายชู โดยปราชญ์ที่เห็นด้วยในประเด็นนี้คือ มัซฮับฮะนะฟี, มัซฮับซอฮิรียะฮฺ, (ทัศนะที่มีชื่อเสียงมากกว่าคือ)มัซฮับมาลิกี, แต่สำหรับมัซฮับอิมามอะหมัดมีอยู่ 2 รายงาน ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮฺ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในมัซฮับฮัมบะลียฺได้ชี้ขาดว่าอิสติฮาละฮฺนั้นมีผลในการเปลี่ยนสภาพหุกุ่ม, สำหรับมัซฮับชาฟิอีนั้นไม่เห็นด้วยในเรื่องอิสติฮาละฮฺ 

 

และสำหรับน้ำส้มสายชูนั้น ในมัซฮับชาฟิอีมีทัศนะว่า การเปลี่ยนสภาพของน้ำส้มสายชูนั้นจะต้องเปลี่ยนสภาพโดยธรรมชาติ คือน้ำหมักนั้นมนุษย์จำต้องหลีกห่างจากการเปลี่ยนขั้นตอนโดยเด็ดขาด ดังนั้นน้ำส้มสายชูที่มัซฮับชาฟิอีอนุญาตให้บริโภคคือ น้ำส้มสายชูที่เปลี่ยนสภาพตัวเองด้วยตัวเอง หากมนุษย์ใส่เชือหรือวัตถุอย่างหนึ่งอย่างใดตกลงไปในน้ำหมักนั้นจนกลายเป็นน้ำส้มสายชู ในมัซฮับชาฟิอีจะถือว่าน้ำส้มสายชูนั้นมีนะญิส เพราะเชื้ออยู่ในน้ำหมักขณะเป็นสุรา จึงสัมผัสกับสุราที่เป็นนะญิสและมีนะญิสติดเชื้อไปด้วย ในตอนสุดท้ายที่เป็นน้ำส้มสายชูนั้นก็เท่ากับน้ำส้มสายชูนั้นได้สัมผัสมีส่วนของนะญาซะฮฺมาด้วย

 

ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮฺ กล่าวว่า สำหรับควันที่เกิดจากการเผาสิ่งที่เป็นนะญิส ขึ้นอยู่กับหลักการประการหนึ่งคือ วัตถุที่นะญิสและสกปรกนั้น ถ้าได้เปลี่ยนสภาพของมันเป็นสิ่งสะอาด เช่นเดียวกับสิ่งสะอาดทั่วๆไปหรือไม่ เฉกเช่นโรงเกลือ ถ้าในอ่างหรือนาเกลือ มีสัตว์ตายหรือสุกรตกลงไปในเกลือ และถูกลืมอยู่ในนั้นจนสลายกลายเป็นเกลือหรือเป็นเถ้า หรือกรณีอื่นๆ เช่นเดียวกันนี้  บรรดาผู้รู้มีความเห็นเป็น 2 ทัศนะ

 

ทัศนะที่ 1 สิ่งนะญิสนั้นจะไม่สะอาด ซึ่เงป็นทัศนะของมัซฮับชาฟิอี และเป็นหนึ่งในสองทัศนะของมัซฮับมาลิกี และเป็นทัศนะที่มีชื่อเสียงมากกว่าในมัซฮับฮัมบะลี

 

ทัศนะที่ 2 สิ่งนะญิสนั้นเมื่อเปลี่ยนสภาพจะกลายเป็นสิ่งสะอาด อันเป็นทัศนะของมัซฮับฮะนะฟี และหนึ่งในสองทัศนะของมัซฮับมาลิกีและฮัมบะลี และป็นทัศนะของซอฮิรียะฮฺ(กลุ่มที่ยึดเอาตัวบทหลักฐานตามสำนวนเท่านั้น ไม่ใช้หลักกิยาส)

 

อิมามอิบนุตัยมียะฮฺกล่าวต่อว่า นี่(ทัศนะที่ 2)คือทัศนะที่ถูกต้องที่ต้องชี้ขาดตามนั้น เพราะสิ่งที่เปลี่ยนสภาพแล้วนั้นไม่มีหลักฐานใดๆ โดยสำนวนหรือวัตถุประสงค์ที่จะนำมาใช้ในการวินิจฉัยมัน เพราะฉะนั้นมันก็ไม่ใช่สิ่งหะรอมและไม่มีลักษณะคล้ายๆหะรอมด้วย ซึ่งไม่น่าจะฟัตวาว่ามันหะรอม และแท้จริงหลักฐานต่างๆ ที่อนุมัติให้บริโภคสิ่งดีๆ ต่างๆ นั้น ย่อมใกล้กว่า และควบคุมสิ่งที่เปลี่ยนแปลงสภาพตัวเองมากกว่า...

 

ดังนั้นสิ่งที่เปลี่ยนสภาพตัวเองถือว่าเป็น ฏ็อยยิบาต คือสิ่งดีๆ ที่บริโภคได้ และยังมีลักษณะของสิ่งที่มีเอกฉันท์ว่ามันฮาลาล ดังนั้นทั้งตัวบทและหลักกิยาส(คือการเปรียบเทียบ) ก็อยู่ข้างทัศนะที่ว่า สิ่งนะญิสที่เปลี่ยนสภาพตัวเองนั้นถือว่าฮาลาล 

 

ท่านอิบนุตัยมียะฮฺระบุอีกว่า แท้จริงอัลลอฮฺทรงห้ามสิ่งโสโครกหรือนะญิสเพราะมันมีลัษณะของความเป็นนะญิสหรือโสโครก และพระองค์อนุญาตให้บริโภคสิ่งดีๆ เนื่องจากมีลักษณะแห่งความเป็นสิ่งดีๆ และสำหรับสิ่งนะญิสที่เปลี่ยนสภาพที่มีข้อถกเถียงอยู่นี้ มันไม่มีลักษณะของการเป็นนะญิสหรือสิ่งโสโครกแต่อย่างใด  แต่มันมีลักษณะความเป้นสิ่งดี คือฏ็อยยิบานั่นเอง (มัจญฺมูอฺฟะตะวา อิบนิตัยมียะฮฺ เล่ม 21 หน้า 70)

 

การวิเคราะห์ของท่านอิบนุตัยมียะฮฺนี้ ปราชญฺมุสลิมหลายท่านที่มีชื่อเสียงก็เห็นด้วยกับท่าน อาทิเช่น อัลเกาะรอฟี อัลมาลิกี, อิบนุเราะญับ อัลฮัมบะลี, อัซซุรกอนี อัลมาลิกี, อิบนิอาบิดีน อัลฮะนะฟี, อิบนุกุดามะฮฺ อัลฮัมบะลี, อัลบุนานี อัลมาลิกี

 

 >>> อะไรคือ "อัลอิสติฮาละฮฺ" ? 2